แนะนำการเรียนรู้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ

แนะนำการเรียนรู้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ

เนื้อหาในเชิงวิชาการของวิชาวิทยาศาสตร์ อาจจะไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน ใครที่เรียนสายศิลป์ก็คงไม่ต้องสนใจ หรือใครไปสายอาชีพก็อาจจะได้สัมผัสแค่ผิวเผินเท่าที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น แต่ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นองค์ความรู้ที่ต่างออกไป เราทุกคนสามารถดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ การเรียนรู้เอาไว้จึงไม่ใช่เรื่องเสียเปล่า แต่เป็นการช่วยฝึกฝนให้เรามีความชำนาญในการคิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ช่างสังเกตและรู้กระบวนการสำหรับหาข้อมูลในสิ่งที่เราต้องการรู้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำภายในเวลาอันสั้น

ประเภทของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

            กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะสำคัญที่เอาไปต่อยอดได้หลายทาง มันประกอบด้วยทักษะย่อยๆ ทั้งหมด 13 อย่าง แถมยังถูกแบ่งประเภทตามลำดับความเหมาะสมในการเรียนรู้เป็น 2 ประเภทอีก รายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ทักษะขั้นพื้นฐาน

นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกฝน เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นที่เรียนรู้กันได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ มีทั้งหมด 8 ทักษะในระดับนี้ สามารถใช้ประโยชน์ในการค้นหาความรู้ทั่วๆ ไปได้ ยิ่งใช้บ่อยเท่าไรก็จะยิ่งชำนาญมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ทักษะขั้นพื้นฐานประกอบไปด้วย

– ทักษะการสังเกต วิธีการสังเกตให้ได้ประสิทธิผลที่ดีที่สุด ต้องใช้ประสาทสัมผัสครบถ้วน เก็บรายละเอียดของสิ่งที่ต้องการสังเกตให้ได้ทุกมิติ สามารถบรรยายได้ว่าลักษณะภายนอกและคุณสมบัติภายในเป็นอย่างไร อธิบายในเชิงคุณภาพและปริมาณได้อย่างชัดเจน

– ทักษะการวัด เป็นทักษะที่ต้องมีเครื่องมือเข้ามาช่วย ทักษะนี้จะช่วยให้เราเลือกวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมกับการวัดได้ พร้อมกับอ่านค่าแปรความหมายจากการวัดได้อย่างแม่นยำ

– ทักษะการคำนวณ พอได้ยินคำว่าคำนวณหลายคนก็เมินหน้าหนี อย่าลืมว่าการคำนวณนั้นก็มีความยากง่ายหลายระดับ ในทางวิทยาศาสตร์นั้นเราไม่ได้ลงลึกมากเกินความสามารถของเด็กเล็กๆ มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเรียนรู้ เป็นการบวก ลบ คูณ หารทั่วๆ ไป

– ทักษะการจำแนก เป็นการฝึกแบ่งกลุ่มของสิ่งต่างๆ ที่ปะปนกันอยู่ โดยเลือกใช้เกณฑ์การแบ่งที่ชัดเจนได้

– ทักษะการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เมื่อมองความแตกต่างระหว่างสิ่งต่างๆ เป็นแล้ว ก็ต้องมองให้เห็นความสัมพันธ์ของมันด้วย เช่น ความสัมพันธ์ของวัตถุแบบ 2 มิติกับ 3 มิติ ความสัมพันธ์ของการเคลื่อนที่กับเวลา เป็นต้น

– ทักษะการสื่อความหมาย เมื่อค้นหาข้อมูลได้แล้วก็ต้องนำเสนอเป็น ทักษะนี้เป็นการฝึกเลือกวิธีการสำหรับเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่าย ผู้ฟังต้องรับรู้ความหมายที่สื่ออย่างครบถ้วนและชัดเจน

– ทักษะการลงความคิดเห็น แค่การบอกเล่าสิ่งที่ค้นพบนั้นไม่เพียงพอ เราต้องรู้จักที่จะแสดงความคิดหรือมุมมองเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นด้วย

– ทักษะการคาดเดา เป็นการต่อยอดจากข้อมูลที่มีอยู่ โดยใช้หลักฐานและองค์ประกอบต่างๆ ที่ได้มาจากการทำซ้ำหลายๆ ครั้ง เพื่อคาดการณ์ถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องต่อไปอีก

  1. ทักษะขั้นบูรณาการ

เป็นทักษะที่ใช้กับการค้นคว้าที่ซับซ้อนมากขึ้นอีก มีความเป็นวิทยาศาสตร์ในเชิงลึกมากกว่าทักษะขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยทักษะสำคัญทั้งหมด 5 อย่างดังนี้

– ทักษะการตั้งสมมติฐาน เป็นการสร้างคำถามและคำตอบก่อนที่จะทดลองจริง เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา ไม่ให้หลงทิศสะเปะสะปะไปไกลเกินกว่าความตั้งใจ

– ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ ชื่ออาจจะฟังดูยุ่งยากสักหน่อย แต่แท้จริงมันก็คือการกำหนดขอบเขตที่เราจะศึกษา พร้อมกับอธิบายความหมายของบางสิ่งบางอย่างให้ทุกคนเข้าใจได้ตรงกันเท่านั้นเอง

– ทักษะการควบคุมตัวแปร ในการศึกษาครั้งหนึ่ง จะมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดว่าสิ่งใดจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง และสิ่งใดจะเป็นตัวแปรที่เราให้ความสนใจมากที่สุด

– ทักษะการทดลอง เป็นขั้นตอนการลงมือทำตามแผนการที่วางเอาไว้ พร้อมกับบันทึกผลที่ได้

– ทักษะการวิเคราะห์ เมื่อได้ผลลัพธ์มาแล้วก็ต้องตีความเป็น ว่าตรงตามที่คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะเหตุใด