This Theme Supports a Custom FrontPage

เทคนิคช่วยในเรื่องของการจำที่ได้ผลที่สุด

เทคนิคช่วยในเรื่องของการจำที่ได้ผลที่สุด

คนเราสามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างไร มันมีกระบวนการทำงานยังไง ในขณะที่บางคนมีความจำดี และบางคนความจำไม่ค่อยดี วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันมีหลายสิ่งอย่างมากมายที่คุณต้องให้ความสำคัญกับชีวิตในปัจจุบันมากกว่าที่เคยมีมากว่า 10 ปีแล้ว ในความเป็นจริงสมองของเราสามารถที่จะจดจำข้อมูลกว่า 1,000 อย่างในแต่ละวัน เมื่อเทียบกับสมองของมนุษย์ในรุ่นปู่ของเราเมื่อรอยปีก่อน แต่ถ้าคุณอยากจะมีความจำที่ดีขึ้น มันก็มีเทคนิคต่าง ๆ ที่จะมาช่วยเสริมสร้างทักษะการจดจำให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้วิธีโบราณอย่างการดบันทึก ร่วมกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ในปัจจุบัน เทคนิคในการจดจำชื่อ วิธีนี้เป็นตัวช่วยที่จะทำให้เราจดจำชื่อคนได้ง่ายขึ้น ด้วยการที่คุณใช้คุณลักษณะเฉพาะของบุคคลหนึ่งและเชื่อมโยงกับชื่อของบุคคลนั้น นี่เป็นเทคนี้ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนเสียหน่อย และคนจำนวนมากที่ใช้เทคนิคแบบนี้มักเริ่มต้นด้วยการเขียนข้อมูลลงในกระดาษก่อนเป็นอันดับแรก จดจำขณะนอนหลับ อาจเป็นเรื่องแปลกแต่คุณร็ไหมว่าเมื่อเราหลับเป็นเวลา 15 นาทีหลังเรียนหัวข้อที่ยาก ๆ สมองของเราจะนำหัวข้อนั้นมาทบทวนอัตโนมัติในขณะที่เรานอนหลับอยู่ นอกจากนี้บทเรียนต่าง ๆ จะสามารถจดจำได้ง่ายกว่าคนที่ไม่หลับมากถึง 50% เทคนิคนี้จะต้องเป็นการตั้งใจจดจำสิ่งต่าง ๆ ระหว่างที่เรียน และใช้ไม่ได้หากคุณนั่งเรียนอยู่แล้วเกิดหลับคาห้อง นี่เป็นหนึ่งในวิธีตามธรรมชาติเพียงไม่กี่ที่วิธี เราทุกคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องหาอาหารเสริมมารับประทานให้เสียเงิน การจดจำรายละเอียด คนที่สามารถจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุเฉพาะได้เป็นอย่างดี ล้วนมีเทคนิคในการระบุรายละเอียดที่มีเอกลักษณะเฉพาะตัว พวกเขาสามารถเชื่อมโยงรายละเอียดเหล่านั้นได้ เนื่องจากพวกเขาจดจำรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับวัตถุ ทุกสิ่งอย่างล้วนมีลักษณะเฉพาะตัว เมื่อเราสามารถรู้ได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรเราจะจดจำมันได้ตลอดไปไม่มีวันลืม แต่ถ้าเราเลือกที่จะจำแบบเดิม ๆ แค่เห็นแล้วแว้บเดียวแล้วก็นึกถึงมันไม่นานยังไงก็ลืม เรียนรู้จากความผิดพลาด หลายคนพบกับความผิดพลาดและล้มเหลวจนทำให้เกิดอารมณ์โมโห ซึ่งมันเป็นตัวที่จำทำให้เราได้รับคำตอบผิดRead more about เทคนิคช่วยในเรื่องของการจำที่ได้ผลที่สุด[…]

คุณได้อะไรกับการฝึกงานก่อนจะได้ทำงานจริง

คุณได้อะไรกับการฝึกงานก่อนจะได้ทำงานจริง

ทุกตำแหน่งทุกอาชีพล้วนจะต้องมีการฝึกงานมาก่อนทั้งนั้น ถ้าเราไม่ผ่านการฝึกงานนั่นหมายความว่าคุณไม่พร้อมที่จะมาทำงานในบริษัทนั้น แน่นอนว่าการฝึกงานช่วยให้เราได้รู้ว่าในชีวิตประจำวันที่เราต้องอยู่ในที่ทำงานต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ปัญหาของประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้คนฝึกงานแบบผิด ๆ แทนที่จะช่วยสอนงานให้แต่กลับกลายเป็นว่าใช้งานพวกเขาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตนเองเป็นหลัก อย่างเช่นการใช้ไปถ่ายเอกสาร หรือให้งานอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฝึกงานเลย จึงเป็นที่มาว่าเราฝึกงานแล้วได้อะไร ซึ่งมันก็ถูกมันจะไม่ได้อะไรถ้าคุณไปฝึกกับคนที่ไม่ได้สอนหรือสนใจอะไรคุณ ดังนั้นเราจึงบอกไม่ได้ว่าบริษัทที่คุณเข้าไปฝึกงานจะมีแต่คนนิสัยดี ๆ คอยสอนงานคุณไหม แต่แน่นอนว่าในบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีคุณภาพมักจะมีคนเก่งที่พร้อมจะสอนงานคุณ แต่ก็ไม่เสมอไป แต่การฝึกงานยังคงจำเป็นและสำคัญเสมอ ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งมาจากไหนก็ไม่ช่วยให้ใครยอมรับฝีมือคุณได้ถ้าไม่แสดงผลงานหรือได้รับการทดสอบเสียก่อน ดังนั้นการฝึกงานจึงเป็นการทดสอบอย่างดี นอกจากจะช่วยให้บริษัทรู้ความสามารถ ความอดทน ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ต่อเพื่อนร่วมงานในบริษัทได้เป็นอย่างดี เมื่อคุณเข้าทำงานก็เหมือนเป็นตัวบูสเตอร์ช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น จึงบอกได้ว่าการฝึกงานนั้นเราได้ บริษัทก็ได้เช่นกัน และเราได้อะไรบ้าง สิ่งที่เราได้นั้นก็คือการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน การเรียนในมหาลัยบ้างครั้งไม่สามารถนำมาใช้ได้ถ้าไม่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับงานที่ถูกต้อง และอย่าลืมว่าการฝึกงานนั้นสำคัญถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ได้ทำงาน ทำให้ตัวเราต้องรคิดได้ว่าการฝึกงานนั้นก็เหมือนการได้เข้าไปทำงานเต็มเวลา เราจะต้องมีวินัยในการทำงานด้วยการเข้าออกให้เป็นเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่เข้าทำงานสาย ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบที่หลาย ๆ บริษัทต้องการพนักงานนิสัยแบบนี้เป็นอย่างมาก ถ้าคุณจะไปฝึกงานเราก็มีทริปเล็ก ๆ น้อย ๆ ฝากกันไปบ้าง อันดับแรกอย่ากลัวที่จะถามสิ่งที่เราไม่รู้ แน่นอนว่าเราไม่รู้ทุกอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องงานของบริษัท การถามไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เราดูโง่ แต่ทำให้เราดูจริงใจ และจริงจังในการศึกษาหาความรู้ คนอื่นก็จะชื่นชมคุณ แต่การถามจะต้องใช้วิธีที่ถูกไม่ใช่ถามไปเรื่อยเปื่อยจะทำให้คุณดูเป็นคนน่าลำคาน แค่นี้ก็จะช่วยให้การฝึกงานของคุณดูง่ายขึ้นไปอีกขั้นแล้ว