วิธีการเอาตัวรอดในเหตุการณ์อันตรายต่างๆ

ในสถานการณ์คับขัน หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน คงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะอุบัติเหตุ ที่เกิดจากตัวเรา หรือภัยธรรมชาติ ก็ตามแต่ ล้วนแล้วแต่ล้วนแต่มีความเสี่ยงถึงชีวิตของมนุษย์เราทั้งสิ้น

ยกตัวอย่างเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน นอกจากจะเป็นอันตรายต่อคนในครอบครัว ในชุมชน ทำให้เกิดความสูญเสีย ทั้งทางด้านจิตใจและทรัพย์สิน จนไปถึงขั้นการเสียชีวิตก็เป็นได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่สิ่งแรกที่เราจะต้องทำเป็นสิ่งแรกเลยก็คือ มีสติในการตัดสินใจและมีสติในการคิดหาวิธีการเอาตัวรอดและ การแก้ไข้เหตุการณ์เฉพาะหน้าเพื่อไม่ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันและเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จิตใจของตัวเราและคนรอบข้าง การรู้ในวิธีการรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดจะทำให้เราและคนรอบข้างนั้นปลอดภัย และห่างไกลจากอันตรายไปได้ สิ่งที่จะเอามาบอกให้ทุกคนรับรู้ก็เพื่อเป็นวิธีการแก้ไข้สถานการณ์เฉพาะหน้าที่อันตราย วันนี้เราเอา3เหตุการณ์และวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นๆ ที่อันตรายมากเพื่อเป็นแนวทางในการรับมือ

ถ้าอยู่ในสถานการณ์ไฟไหม้

survival

เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น นอกจากจะเสียทั้งทรัพย์สินแล้วอาจจะอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเราควรรู้วิธีรับมือกับเหตุการณ์ไฟไหม้ให้ถูกต้องและปลอดภัย วิธีง่ายๆ ถ้าที่ที่เราอยู่นั้นเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นมา สิ่งที่ควรทำสิ่งแรกเลยก็คือ หาทางหนีไฟให้เจอและรีบออกมาให้เร็วที่สุด เราไม่ควรใช้ลิฟต์หรือบันไดที่เป็นเส้นทางหลัก และเมื่อเจอเหตุการณ์ไฟไหม้ เวลาไฟไหม้นั้นควันจะลอยขึ้นที่สูง เราควรก้มลงต่ำๆ พร้อมกับหาผ้าชุบน้ำเพื่อปิดจมูกเพราะอาจจะทำให้เราเกิดอาการสำลักควันได้ และที่สำคัญที่สุดเลยคือมีสติ ห้ามห่วงของหรือทรัพย์สิน อย่าได้เสียดายของที่ไหม้ไปแล้ว หรือมัวคิดแต่จะขนของหนีไฟ ทางที่ดีที่สุดคือการเอาตัวเองให้รอดเสียก่อน ทรัพย์สินนั้นถ้าเรารอด เราสามารถหาใหม่ได้เสมอ

ถ้าอยู่ในเหตุการณ์แผ่นดินไหว

survival

สถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่จะมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย ดังนั้น วิธีที่จะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้ ถ้าเราอยู่ในที่โล่ง ให้เราวิ่งหนีออกมาจากตัวบ้านหรือต้นไม้ เพื่อป้องกันเศษต่างๆ ร่วงทับเรา แต่ถ้าเราอยู่ในอาคารหรือตึก ให้เรานั้นหาที่หลบที่คุ้มกันร่างกายของเราเช่นเข้าไปหลบใต้โต๊ะ หรือที่ไหนก็ได้ที่จะสามารถป้องกันและบดบังร่างกายเราให้ปลอดภัยจากสิ่งของที่อาจจะร่วงหล่นมาใส่เราได้ และสิ่งสุดท้ายแต่สำคัญก็คือเราจะต้องมีสติไม่ตกอกตกใจ เราควรหาวิธีที่จะเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว ห้ามวิ่งหนี ห้ามเดินลงบันได ให้เราหาที่ป้องกันร่างกายของเราให้ได้และรอให้แผ่นดินไหวสงบลงก่อน ค่อยหาทางออกมาอีกที

หากเราตกอยู่ในสถานการณ์น้ำท่วม

survival

ถ้าหากว่าเรารับรู้ว่าน้ำกำลังจะท่วมบ้านของเรา สิ่งแรกที่ควรทำเลยก็คือ ขนของขึ้นชั้น 2 หรือไม่ก็ขนของขึ้นไปไว้ที่สูงๆ ที่ไหนก็ได้ ที่ปลอดภัย สับสวิตช์ไฟให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการถูกไฟฟ้าลัดวงจร และมีความพร้อมที่จะว่ายน้ำหรือเอาตัวรอดตลอดเวลา เพราะในบางครั้งในเหตุการณ์น้ำท่วมบ้าน สมมุติว่าน้ำนั้นท่วมประมาณหัวเข่าของเรา เราห้ามประมาทเป็นอันขาด เพราะว่าน้ำอาจจะท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นไปได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือถ้ามีของที่จำเป็นเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถขนขึ้นไปไว้ที่สูงๆ ได้ก็ให้เราขนไปไว้ในที่ที่สูงที่สุด เพื่อป้องกันน้ำขึ้นสูง และเราไม่สามารถขนของขึ้นที่สูงได้ทันเวลา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีสติและการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาที่จงนึกถึงชีวิตเป็นสิ่งแรก ถ้าสิ่งของเราไม่สามารถเก็บขึ้นที่สูงได้ทัน เราห้ามเสียดาย ให้ห่วงชีวิตเราและคนรอบข้างเป็นสิ่งแรกเสมอ